ลิลลีเจมส์ เตรียมอวดฝีมือใน Mamma Mia 2

ลิลลีเจมส์ เตรียมอวดฝีมือใน Mamma Mia 2

ลิลลีเจมส์ รับบท ดอนน่า วัยสาว หนังเพลงชื่อดังอย่าง Mamma Mia (2008) กำลังจะกลับมาอีกครั้งหลังสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาแล้ว และในปี 2018 เรากำลังจะมีภาคต่อที่ชื่อว่า Mamma Mia: Here We Go Again พร้อมการฉลองครบ 10 ปีของหนัง

ล่าสุดเว็บไซต์ Deadline รายงานว่า นักแสดงสาวสวย ลิลลี เจมส์ (Lilly James) ที่เคยฝากผลงานไว้ใน Cinderella จะมารับบท ดอนน่า ซึ่งเป็นตัวละครเดียวกับที่นักแสดงรุ่นใหญ่ เมอรีล สตรีป (Meryl Streep) เล่นไว้ในปี 2008

ส่วนทีมนักแสดงชุดเดิมอย่าง เพียร์ซ บรอสแนน (Pierce Brosnan), อแมนดา ไซย์ฟรีด (Amanda Seyfried), โคลิน เฟิร์ธ (Colin Firth)

และคริสติน บาแรนสกี้ (Christine Baranski) ก็จะกลับมารับบทเดิมด้วยเช่นกัน ด้านนักแสดงที่ยังไม่ยืนยันว่าจะกลับมาประกอบด้วย โดมินิค คูเปอร์ (Dominic Cooper) สเตลแลน สการ์สการ์ด (Stellan Skarsgard) และจูลี่ วอลเตอร์ส (Julie Walters)

หนังได้ โอล ปาร์คเกอร์ (Ol Parker) รับหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์พร้อมกำกับ และจะมีการนำเพลงของวงป๊อปชื่อดังอย่าง ABBA มาใช้ในหนังด้วย ซึ่ง ลิลลี เจมส์ มีประสบการณ์การร้องเพลงจากเรื่อง Cinderella และเคยร่วมร้องเพลง “A Dream is a Wish Your Heart Makes” ของค่ายดิสนีย์มาแล้ว

ทั้งนี้ Mamma Mia 2: Here We Go Again! จะสนุกสนานและวุ่นวายขนาดไหนติดตามได้วันที่ 12 กรกฎาคม 2018  บาคาร่า

ไมเคิลโดเฮอร์ตี Godzilla: King of the Monsters หนังสัตว์ประหลาดที่ขาดความเป็นมนุษย์

ไมเคิลโดเฮอร์ตี เรื่องนี้ก็ว่าไปตามเนื้อผ้านะครับ

จากการจับเนื้อผ้าพิจารณาแล้วผมคิดว่าปัญหาที่ผมมีต่อ Godzilla: King of the Monsters นั้นคือความไม่น่าเชื่อถือของบทภาพยนตร์ครับ รู้สึกว่าเหตุและผลต่างๆ อันเกิดจากการกระทำของตัวละครต่างๆ ในเรื่องมันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แรงจูงใจที่กำหนดให้ตัวละครทำสิ่งต่างๆ และส่งผลให้เรื่องราวเกิดขึ้นและดำเนินไปนั้นมันช่างไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อในแบบที่ว่า ตลอดเวลาที่ผมดูผมก็ได้แต่อุทานว่า “อะไรของมัน (วะ)” อยู่ในหัวแทบทั้งเรื่อง

ผมคิดว่านี่เป็นปัญหาสำคัญของหนังเรื่องนี้ครับ มันทำให้ Godzilla: King of the Monsters ดูกระพร่องกระแพร่งขาดๆ เกินๆ อยู่พอสมควร ทั้งที่เมื่อพิจารณาในส่วนอื่น เป็นต้นว่าการออกแบบสัตว์ประหลาดต่างๆ ซึ่งอ้างอิงมาจากมังงะญี่ปุ่น การดีไซน์ฉากการต่อสู้ โลกใต้ทะเลที่ล้ำลึก ดินแดนลึกลับ ฉากโกจิร่าปล่อยลำแสงพวยพุ่งออกมาจากปากอันเป็นภาพจำของวัฒนธรรมพ็อพของโลกไปแล้วนั้น ก็ถือว่าทำได้ดีเลยนะครับ ตื่นตาตื่นใจดูอลังการดี

เป็นเรื่องน่าเสียดายครับที่ Godzilla: King of the Monsters ขาดความสมจริงสมจังในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์ ขาดเรื่องของคนที่มีเลือดมีเนื้อ มีลมหายใจจริงๆ ก็เลยทำให้หนังมันขาดความ “สมจริง” แม้มันจะเป็นหนังที่ไม่ยืนอยู่บนความจริงตั้งแต่แรกแล้วก็ตาม

แต่ถ้าเราเชื่อว่ามีใครสักคนดีดนิ้วทีเดียวแล้วประชากรคนหายไปครึ่งจักรวาลได้ล่ะก็ มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้เรื่องเหนือจริงดูสมจริงได้ ซึ่งผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ก็คือความเป็นมนุษย์นี่แหละครับ  วิเคราะห์บอล

เดมีมัวร์ คืนวงการรับบทนำหญิงในรอบ 10 ปี

เดมีมัวร์ คืนวงการรับบทนำหญิงในรอบ 10 ปี

เดมีมัวร์ คืนวงการรับบทนำหญิงครั้งแรกในรอบ 10 ปี ใน BLIND เป็นหนังที่ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 12 ปี จอห์น บัฟฟาโล เมลเลอร์ เขียนบทนี้ขึ้นมาครั้งแรกช่วงปี 2005-2006 แต่ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจในเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง จนกระทั่งเมื่อเขาเติบโตขึ้น และยังได้ทำงานกับมืออาชีพอย่างผู้กำกับ ไมเคิล เมลเลอร์ รวมถึงทีมนักแสดง เดมี มัวร์, อเล็ก บอลด์วิน และ ดีแลน แมกเดอมอตต์ ช่วยให้เขามองเรื่องราวและแง่มุมเกี่ยวกับชีวิตกระจ่างชัดกว่าเดิม

ซูซาน (เดมี มัวร์) และ มาร์ก (ดีแลน) คู่สามีภรรยาที่เหมือนจะน่าอิจฉาในสายตาใครๆ วันหนึ่งมาร์กจะถูกจับกุมซูซานเองแม้จะไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยแต่ก็โดนลูกหลงถูกจับด้วย แต่ศาลยังเมตตาให้เธอแค่ต้องทำงานรับใช้สังคมด้วยการช่วยเหลือ บิล โอ็กแลนด์ (อเล็ก) อดีตนักเขียนตาบอด ด้วยการอ่านหนังสือให้เขาฟัง เมื่อใกล้ชิดกันบ่อยเข้า ซูซานและบิลก็เริ่มมีใจให้กัน ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีจนกระทั่งมาร์กรู้เรื่องเข้า.    ดูบอลออนไลน์

อนาคอนด้า ปะทะ โคตรเคี่ยมกับ LAKE PLACID VS. ANACONDA วันนี้ที่รอคอย

อนาคอนด้า เช่นเดียวกันกับหนังจระเข้กินคนในปี 1999

อนาคอนด้า ที่หนังภาคแรกก็ไม่ได้ดิบดีอะไรมากแต่ก็กลายเป็นหนังยอดนิยมอีกเช่นกันในเวลาถัดมากับ โคตรไอเคี่ยม มาถึงวันนี้ปี 2015 ได้เวลาแล้วที่อสูรกายยอดฮิตทั้งสองตัวจะต้องมาสู้กันเอง!

แต่อย่าได้ดีอกดีใจไปเพราะหนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อส่งตรงแบบฉายโทรทัศน์ทางช่อง Syfy

แถมมันก็เป็นหนังแนวสยองขวัญ-ตลกล้อเลียนซึ่งกำกับโดยเอ.บี. สโตน เขียนบทภาพยนตร์โดยเบอร์เคเลย์ แอนเดอร์สัน เนื้อหาสาระของหนังก็คือการจับเอาอสูรกายทั้งสองตัวมาปะทะกันและยังมีนักแสดงจากแฟรนชายส์หนังทั้งสองเรื่องเช่น โรเบิร์ต อิ้งลันด์กับบทจิม บิกเกอร์แมนผู้รอดชีวิตจากหนัง Lake Placid: The Final Chapter และยานซีย์ บัตเลอร์จาก Lake Placid 3 กลับมาแสดงอีกครั้ง

พล็อตเรื่องของหนังก็คือมันเป็นช่วงเวลาผสมพันธุ์ของเหล่าอนาคอนด้าและประจวบเหมาะพอดีกับการที่จระเข้ในห้องทดลองเกิดหลุดออกมาพอดี ความซวยก็ตกไปอยู่ที่บรรดาแกงค์สาวใสไร้สติกำลังลงเล่นน้ำในทะเลสาบพอดี พวกหล่อนเลยต้องเอาชีวิตรอดจากสองสัตว์ประหลาดทั้งจระเข้และอนาคอนด้า!

ตัวหนังเรียกได้ว่าทำออกมาแบบทุนต่ำซีจีราคาถูกสุดพลังและแน่นอนว่าบทภาพยนตร์คงไม่มีอะไรแปลกใหม่ มันน่าจะเต็มไปด้วยตัวละครไร้สติและฉากขายเต้าของบรรดาตัวละครหญิง เช่นเดียวกับบทสนทนางี่เง่าที่น่าหงุดหงิดแบบเดียวกับในบรรดาหนังภาคต่อของแฟรนชายส์ชุดนี้ตั้งแต่ Anaconda 3: Offspring (2008) และ Anacondas: Trail of Blood (2009) รวมไปถึง Lake Placid 2 (2007), Lake Placid 3 (2010) และ Lake Placid: The Final Chapter (2012) ที่ย่ำแย่ๆพอๆกัน แต่ถึงแม้หนังจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม บรรดาแฟนหนังของแฟรนชายส์ชุดนี้ก็ยังอยากจะดูมันกันอยู่ดี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าพิศวงแต่อย่างใดที่มันมีการสร้างภาคต่อออกมาอยู่เรื่อยๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

คีอานูรีฟส์ เผยความลับที่มีต่อ แซนดรา บูลล็อค สมัยเล่นหนัง “Speed”

คีอานูรีฟส์ พระเอกหนุ่มวัย 54 ปี ล่าสุดเขาก็ไปออกรายการชื่อดังอย่าง The Ellen DeGeneres Show และเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อ แซนดรา บูลล็อค คู่ขวัญสมัยที่เล่นภาพยนตร์เรื่อง Speed หรือในชื่อภาษาไทยว่า เร็วกว่านรก เมื่อกว่า 20 ปีก่อน

เริ่มต้นจากการที่ เอลเลน ดีเจนเนอเรส ผู้ทำหน้าที่พิธีกรให้ คีอานู รีฟส์ ดูคลิปที่เธอสวมบทบาทเป็น แอนนี่ ตัวละครที่ แซนดรา บูลล็อค แสดง ก่อนที่จะเปิดคลิปที่ บูลล็อค เคยได้มาให้สัมภาษณ์ในรายการเมื่อปีที่แล้วว่า เธอแอบชอบ รีฟส์ ในช่วงขณะที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ ทว่าไม่เคยออกเดตกัน อีกทั้งเธอยังเชื่อว่ามีบางสิ่งบางอย่างในในตัวเธอที่ทำให้พระเอกหนุ่มไม่ชอบ

คีอานู รีฟส์ ยอมรับเขาไม่รู้มาก่อนว่า บูลล็อค แอบชอบเขา แต่ประโยคที่ทำเอาแฟนหนังทั่วโลกจิกหมอนไปตามๆ กันก็คือ “เห็นได้ชัดว่าเธอ (บูลล็อค) ก็ไม่รู้ว่าผมก็ตกหลุมรักเธอเหมือนกัน” โดย รีฟส์ อธิบายว่าที่เขาไม่เผยความรู้สึกออกมาในตอนนั้นก็เพราะพวกเขาทำงานร่วมกันอยู่ และเขาก็อยากแสดงความเป็นมืออาชีพออกมา อีกทั้งยังกล่าวชม บูลล็อค ว่าเป็นผู้หญิงที่น่าอัศจรรย์มากอีกด้วย

เห็นเช่นนั้น ดีเจนเนอเรส จึงขอแกล้ง คีอานู รีฟส์ ต่อด้วยการตะโกนให้ แซนดรา บูลล็อค ออกมา พร้อมกับอาการกังวลและเขินอายของพระเอกหนุ่มที่ปรากฏผ่านหน้าจอโทรทัศน์อย่างเห็นได้ชัด หากไม่เชื่อ คลิกดูได้ ที่นี่

Speed คือภาพยนตร์แอ็กชั่นทริลเลอร์สุดระห่ำซึ่งออกฉายเมื่อปี 1994 กำกับโดย ยาน เดอ บองต์ และทำการแจ้งเกิดให้ คีอานู รีฟส์ รวมไปถึง แซนดรา บูลล็อค อย่างเป็นทางการ กับเรื่องราวของ แจ็ค เทรเวน (รับบทโดย คีอานู รีฟส์) เจ้าหน้าที่ตำรวจลอสแอนเจลิสที่ต้องรักษาระดับความเร็วของรถบัสไว้ที่ 50 ไมล์ต่อชั่วโมง เพราะหากเกินกว่านั้นระเบิดบนรถบัสฝีมือผู้ก่อการร้ายอย่าง ฮาเวิร์ด เพย์น (รับบทโดย เดนนิส ฮอปเปอร์) จะทำงานทันที โดยมีผู้ช่วยเฉพาะกิจบนรถบัสอย่าง แอนนี่ (รับบทโดย แซนดรา บูลล็อค) นั่นเอง โดย Speed สามารถทำรายได้รวมทั่วโลกไปมากกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากทุนสร้างเพียง 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น แถมทรงผมสกินเฮดของ รีฟส์ ก็กลายเป็นทรงฮิตของหนุ่มๆ ทั่วโลกในช่วงนั้นไปโดยปริยาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

หนังฉลาม กันยังไงให้ ‘น่าสะพรึง’ ในโลกหนังฮอลลีวูด

หนังฉลาม คือหนึ่งในสัตว์โลกที่ไม่น่ารักเท่าไหร่ในโลกภาพยนตร์ของฮอลลีวูด เพราะมันเป็นตัวละครที่มักถูกทำให้ ‘น่ากลัว’ ในสายตาของผู้ชมทั่วโลกมาช้านาน นับจากความโด่งดังระดับปรากฏการณ์ของ Jaws หนังฉลามกินคนในปี 1975 ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นต้นมา …ไปดูกันว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ล่วงผ่าน คนทำหนังเขามีวิธีการสร้างสรรค์ฉลามบนจอหนังกันอย่างไรให้ออกมาน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้!

สร้างให้ดูสมจริง
ในแง่ของรูปลักษณ์ การสร้างตัวละครฉลามให้ออกมาสมจริงนั้น สามารถทำได้ทั้งแบบ ‘ฉลามทำมือ’ และ ‘ฉลามซีจี’ (Computer Graphic) โดยอ้างอิงเอาจากลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของฉลามที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ เพื่อให้รูปลักษณ์และการเคลื่อนไหวของพวกมันในหนังออกมาใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งความสมจริงนี้จะส่งผลต่อ ‘ความเชื่อ’ ของผู้ชมที่มีต่อหนัง เพราะหากว่าฉลาม-ซึ่งถือเป็นตัวเอกของเรื่องราวหรือฉากนั้นๆ-ออกมาดูไม่สมจริงเท่าที่ควร ความกลัวที่ผู้ชมมีต่อฉลามก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ และพาลทำให้เรื่องเล่าทั้งหมด ‘พัง’ แบบไม่เป็นท่า

โดยฉลามในแบบทำมือ ก็เช่น บรูซ ฉลามเพชฌฆาตใน Jaws ที่ถูกสร้างเป็น ‘หุ่น’ ขึ้นมาในหลากหลายขนาดและรูปทรง ทั้งเต็มตัวและครึ่งตัว-ที่สามารถขยับไปมาได้ด้วยกลไกภายใน-เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทำฉากที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ขณะที่ฉลามในแบบซีจี ก็เช่น ใน The Shallows (2016, เจาเม โกลเล็ต-แซร์รา) ที่ฉลามถูกสร้างด้วยซีจีทั้งเรื่อง เพื่อความสะดวกในการใส่ฉลามไปตามจุดต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายซ่อมถ่ายเสริมแบบฉลามทำมือในสมัยก่อน – แต่อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ก็มีหนังหลายเรื่องที่เลือกใช้ฉลามทั้งสองแบบนี้ตามความเหมาะสมในการถ่ายทำ

…แต่ก็ต้องสร้างให้ดูเกินจริงด้วย (อ้าว?!)
ใช่ว่าเพราะอยากทำให้หนังสมจริง คนทำหนังเลยต้องทำให้ฉลามออกมา ‘จืดชืด’ เหมือนตัวจริงของพวกมันไปด้วย (ฉลามทั่วไปมักรักสงบและไม่จู่โจมใครก่อน) เพราะ ‘ความเกินจริง’ ของฉลามในหนังก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ชมรู้สึกกลัวได้เช่นกัน ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องบาลานซ์กับความสมจริงให้ได้อย่างลงตัวด้วย (โดยเราจะไม่ขอพูดถึงความเกินจริงที่ตั้งใจทำให้ผู้ชมโห่ฮาและเหวอแตกอย่างหนังตระกูล Sharknado ที่พร้อมมากับฝูง ‘ฉลามบิน’ ก็แล้วกันนะจ๊ะ)

โดยความเกินจริงที่สังเกตเห็นได้ชัดๆ ก็คือ ‘ขนาด’ ของฉลาม เพราะแม้ว่าฉลามทั่วไปจะมีขนาดใหญ่ที่สุดไม่เกิน 6-7 เมตร แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นฮอลลีวูดแล้ว การ ‘ขยาย’ สิ่งต่างๆ ให้เกินจริงนั้นถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา เราจึงมีโอกาสได้เห็นฉลามที่มีขนาดใหญ่โตกว่าความเป็นจริงในหนังหลายๆ เรื่อง ทั้ง Jaws (7.6 เมตร), Deep Blue Sea (7.9 เมตร – 1999, เร็นนี ฮาร์ลิน), Megalodon (17 เมตร! – 2004, แพ็ตต์ คอร์บิตต์) และ The Meg (27.4 เมตร!!! – 2018, จอน เทอร์เทลโทบ) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบรายละเอียดของอวัยวะส่วนต่างๆ ให้ออกมาดูน่าเกรงขามไปจนถึงขั้นน่าขนลุกขนพอง โดยเฉพาะ ‘แผงฟัน’ อันเป็นอาวุธสังหารของมัน ทั้งการแสดงให้เห็นถึงฟันแหลมคมที่เรียงติดกันถี่ๆ จนดูน่าสยดสยองไม่ต่างจากบรรดาภูตผีปิศาจในหนังแนวสยองขวัญ หรือแม้แต่การขยายขนาดฟันของฉลามให้ดูใหญ่โต จนดูเหมือนว่ามันสามารถอ้าปากแล้วใช้กรามอันใหญ่โตขบเคี้ยวเรือทั้งลำได้ในการกัดเพียงครั้งเดียว

สร้างภาษาภาพกระตุ้นเร้าอารมณ์
แน่นอนว่า ‘การถ่ายภาพ’ และ ‘การตัดต่อ’ คือสิ่งสำคัญสำหรับงานภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในหนังแนวระทึกขวัญที่เล่นกับความกลัวของผู้คนอย่าง ‘หนังฉลามกินคน’ เหล่านี้ “ก็เพราะมันเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องที่แทบจะสมบูรณ์แบบที่สุดยังไงล่ะครับ” อดัม แวรี นักเขียนจาก BuzzFeed อธิบาย “พวกมันแค่ต้องการจะเขมือบคุณ และคุณก็แค่ต้องหนีจากพวกมันให้พ้น ซึ่งแค่นั้นก็น่ากลัวจะตายโหงแล้ว”

ยกตัวอย่างเช่น ใน Deep Blue Sea ที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘หนึ่งในหนังฉลามที่ดีที่สุด’ มีจังหวะการเล่าเรื่องในฉากแอ็กชั่นไล่ล่าระหว่างฉลามสมองไว(จากห้องทดลอง)กับมนุษย์ที่น่าหวาดเสียวจนผู้ชมแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ หรือใน The Shallows ที่ด้วยจังหวะการตัดต่อและการวางมุมกล้อง/ตัดต่อแบบ ‘ไม่เผยทุกสิ่งที่อยู่ในฉากให้คนดูได้เห็นแบบชัดๆ’ และ ‘เผยให้เห็นว่าธรรมชาตินั้นช่างเกินคาดเดาและยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์’ ก็ช่วยกระตุ้นให้คนดูรู้สึกกลัวและคิดจินตนาการกันไปต่างๆ นานากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปกับตัวละครสาวสุดเซ็กซี่ของเราที่ต้องติดแหง็กอยู่บนโขดหินกลางทะเล

สร้างซีนให้เป็นที่น่าจดจำ
นอกจากจะสร้างภาษาภาพอันฉึบฉับให้ผู้ชมรู้สึกไม่ไว้วางใจและตื่นตระหนกขณะรับชมแล้ว วิธีการสร้างฉลามให้น่ากลัวที่ได้ผลดีที่สุด ก็คือการสร้าง ‘ฉากจำ’ ให้พวกมันติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชมไปอีกนาน โดยฉากเหล่านี้มักเป็นฉากที่สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจและผลักดันความรู้สึกต่างๆ ของผู้ชมไปจนถึงขีดสุดขณะรับชมได้ ทั้งในแง่ของความกลัวที่พวกเขามีต่อฉลามและความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อเหยื่อเคราะห์ร้าย ซึ่งหากคนทำหนังสามารถบรรลุได้ คนดูก็จะพูดถึงฉากฉากนั้นหรือหนังเรื่องนั้นกันไปอีกนานนับปี

ตัวอย่างคลาสสิกในหัวข้อนี้คงหนีไม่พ้น ฉากที่บรูซ-ฉลามขาวใน Jaws เกยร่างขึ้นมาบนเรือ เพื่อทำให้มันเอียงไปข้างหนึ่ง และรอให้มนุษย์บนนั้นลื่นไถลลงมาเพื่อเป็นอาหารอันโอชะของมัน พร้อมกัดกินร่างของตัวละครผู้โชคร้ายด้วยท่วงท่าอันสยดสยองจนเลือดสาดกระจายแดงฉานไปทั่วท้องทะเล – ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้เอง ก็ได้ทำให้ฉากนี้กลายเป็นภาพติดตาคาใจของผู้ชมในยุคนั้น และถึงขั้นทำให้พวกเขาไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเลจริงๆ กันไปอีกพักใหญ่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

โรดีโรดส์ ควบคุมชุดเกราะได้เร็วกว่า โทนี สตาร์ก? ดอน ชีเดิล มีคำตอบ

โรดีโรดส์ มาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนหนังด้วยการเป็น วอร์แมชชีน ใส่ชุดมาร์กวันออกปฏิบัติการเคียงบ่าเคียงไหล่กับไอออนแมนด้วย

จาก หนัง Iron Man (2008) กว่าที่ โทนี สตาร์ก จะสามารถควบคุมชุดเกราะไอออนแมนได้นั้นก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว ทว่า โรดี โรดส์ หลังจากที่ได้ใส่ชุดเกราะแล้วดูจะควบคุมได้อย่างคล่องแคล่วเร็วกว่าคนสร้างชุดขึ้นมาเสียอีก และเรื่องนี้จึงเป็นคำถามของผู้ที่ใช้ชื่อทวิตเตอร์ Bucky Barnes ที่ถามกับนักแสดงหนุ่ม ดอน ชีเดิล (Don Cheadle) ว่า

กำลังนั่งดูหนัง Iron Man 2 ตอนนี้ ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ผมไม่คิดว่าจะมีใครมารับบท โรดี ได้อย่างคุณอีกแล้ว แต่ผมสงสัยมาเสมอว่า โรดีสามารถควบคุม Mark 1 ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาไม่มีประสบการณ์มาก่อน ขณะที่ โทนี สตาร์ก กว่าจะควบคุมชุดได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร เรื่องนี้รบกวนจิตใจของผมมานาน 9 ปีแล้ว

ในเวลาต่อมา ดอน ชีเดิล จึงได้ออกมาตอบคำถามของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้ และดูเหมือนว่าเขายังคงสะเทือนใจกับการจากไปของผู้สร้างชุดเกราะให้เขาอีกด้วย

ผมเป็นนักบินและชุดก็ออกแบบมาอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าโทนีมีประสบการณ์ในห้องนักบินมาก่อน การเรียนรู้ของเขาจะไม่มีจุดสิ้นสุดแน่นอน และเขาจะไม่บินชนนั่นชนนี่เหมือนไอ้งั่ง เห็นไหม ตอนนี้นายทำให้ฉันรู้สึกเศร้าที่ต้องพูดถึงเพื่อนของฉัน บ้าจริง

หากเป็นไปตามที่ ดอน ชีเดิล บอก นั่นก็หมายความว่าการที่จะสามารถบังคับชุดเกราะไอออนแมนได้ดีนั้นต้องมีพื้นฐานจากการเป็นนักบินมาก่อนใช่หรือไม่

แต่ดูเหมือนว่าเลขาสาวสุดแกร่ง เปปเปอร์ พ็อตต์ส ใน หนัง Avengers: Endgame ที่สามารถใส่ชุดเกราะและออกปฏิบัติการเคียงบ่าเคียงไหล่กับไอออนแมนกลางสนามรบที่ต่อสู้กับธานอสได้ขั้นเทพนั้น เธอไปเรียนหลักสูตรนักบินมาตอนไหนกันแน่

ไม่แน่ว่าหากถามคำถามนี้ไป เชื่อได้เลยว่าคำตอบที่ได้กลับมาก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเธอได้เรียนหลักสูตรนักบินแล้ว แต่ไม่ได้มานำเสนอในหนังก็เป็นได้ ไม่แน่ว่าโทนี สตาร์ก อาจจะออกแบบให้ชุดเกราะเวอร์ชั่นหลัง ๆ ของเขาเป็นชุดเกราะที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก จัดจำหน่ายวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส

ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก จากเรื่องราวแห่งตำนานในนวนิยายกราฟฟิคโดยแฟรงค์ มิลเลอร์ ภาพยนตร์เรื่อง 300

คือการเล่าขานย้อนไปถึงความโหดร้ายแห่งสงครามเธอร์โมไพเล ซึ่งกษัตริย์เลโอนิดาส์ (เจอราร์ด บัทเลอร์)

และกองทัพสปาร์ตัน 300 นายพลีชีพในการต่อสู้กับเซอร์เซสและกองทัพมหึมาแห่งเปอร์เซีย

ในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีกำลังท่วมท้น กำลังใจและการเสียสละของพวกเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวกรีก

ทั้งมวลในการร่วมกันต่อสู้กับกองกำลังข้าศึกชาวเปอร์เซีย การขีดเส้นบนผืนทรายเพื่อประภาพยนตร์ได้นำเอานวนิยายกราฟฟิคเรื่องดังของมิลเลอร์ (Sin City)

มาสู่ความมีชีวิตด้วยการผสานไลฟ์แอ็คชั่นเข้ากับแบ็คกราวน์เสมือนจริงที่นำเสนอภาพตำนานประวัติศาสตร์โบราณในจินตนาการอันแจ่มชัดของเขา

นักแสดง ราร์ด บัทเลอร์ (Phantom of the Opera) เลน่า ฮีเดย์ (The Brothers Grimm) เดวิด เวนแฮม (ไตรภาค The Lord of the Rings) และโดมินิค เวสท์ (The Forgotten) กำกับการแสดงโดย แซ็ค สไนเดอร์ (Dawn of the Dead)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เมร่า ราชีนีแห่งมหาสมุทร ใน Aquaman สวยเซ็กซี่สะเทือนทั้งแอตแลนติส

ราชีนีแห่งมหาสมุทร เรียกได้ว่าเป็นที่ตื่นเต้นมากสำหรับแฟนๆภาพยนตร์ Aquaman ที่เราก็ได้เห็นราชินีเมร่าปรากฏตัวขึ้นมาเหนือผืนสมุทรกันแล้ว ซึ่งรับบทโดย แอมเบอร์ เฮิร์ด สำหรับในหนังอควาแมนจะโชว์ให้เห็นชุดคอสตูมชุดใหม่ที่ต่างออกไปจากชุดของเมร่าในหนัง Justice League เล็กน้อย แถมยังเผยให้เห็นออร่าของความเป็นแม่แห่งท้องสมุทรผู้เคียงคู่กับราชาแห่ง 7 คาบสมุทรอย่างอควาแมนได้ดีเลยทีเดียว

โดยผู้กำกับได้โพสข้อความประกอบภาพเอาไว้ว่า “เลดี้ เมร่า ปรากฏตัวอย่างสง่างามเหนือท้องทะเล วันแรกกับแอมเบอร์ เฮิร์ดผู้พิถีพิถันในการแต่งตัว”จากภาพเราจะเห็นเฮิร์ดสวมชุดเข้ารูปยาวสีเขียวมรกต พร้อมกับผมยาวสีแดงเปียกโชก ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอเพิ่งจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำนั้นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.majorcineplex.com

หนังสยองขวัญสุดหลอน The​ Nun

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน The​ Nun

หนังผีที่เข้าฉายเรื่อง The nun หรือผีแม่ชี เป็นเรื่องที่หลายๆคนรอติดตามความสยองที่จะมาหลอกหลอนจนจบเรื่อง ซึ่งถ้าใครได้เคยดู The Conjuring ที่ฉายไปก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าผีแม่ชีได้เคยปรากฎตัวมาแล้ว จึงมีที่มาที่ไปเกี่ยวเนื่องกัน โดยเรื่อง The nun ได้เล่าถึงแม่ชีคนหนึ่งในศาสนจักรโรมาเนีย ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองโดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุ เธอรู้แค่ว่ามีอำนาจชั่วร้ายบางอย่างทำให้เกิดสิ่งนี้ และทำให้บาทหลวงคนหนึ่งต้องเดินทางมาเพื่อสืบหาความจริงให้ได้ ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวที่หลอกหลอนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้! ฉากในเรื่องเป็นอะไรที่ ShopBack บอกได้เลยว่า แค่เห็น Teaser ก็เริ่มผวานิดๆ แล้วอ่ะ

นักแสดงนำ : Demian Bichir / Taissa Farmiga / Demián Bichir

วันกำหนดฉายในไทย : 6 กันยายน 2561

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.shopback.co.th