หนังสยองขวัญสุดหลอน The​ Nun

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน The​ Nun

หนังผีที่เข้าฉายเรื่อง The nun หรือผีแม่ชี เป็นเรื่องที่หลายๆคนรอติดตามความสยองที่จะมาหลอกหลอนจนจบเรื่อง ซึ่งถ้าใครได้เคยดู The Conjuring ที่ฉายไปก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าผีแม่ชีได้เคยปรากฎตัวมาแล้ว จึงมีที่มาที่ไปเกี่ยวเนื่องกัน โดยเรื่อง The nun ได้เล่าถึงแม่ชีคนหนึ่งในศาสนจักรโรมาเนีย ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองโดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุ เธอรู้แค่ว่ามีอำนาจชั่วร้ายบางอย่างทำให้เกิดสิ่งนี้ และทำให้บาทหลวงคนหนึ่งต้องเดินทางมาเพื่อสืบหาความจริงให้ได้ ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวที่หลอกหลอนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้! ฉากในเรื่องเป็นอะไรที่ ShopBack บอกได้เลยว่า แค่เห็น Teaser ก็เริ่มผวานิดๆ แล้วอ่ะ

นักแสดงนำ : Demian Bichir / Taissa Farmiga / Demián Bichir

วันกำหนดฉายในไทย : 6 กันยายน 2561

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.shopback.co.th

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

วิเคราะห์ภาพยนตร์ GOODNIGHT MOMMY หยุด! ถ้ายังไม่ได้ดูหนัง ไปดูซะก่อน

วิเคราะห์ภาพยนตร์ นี่เป็นการเปิดเผยเนื้อหาอย่างร้ายแรงทำให้อรรถรสในการชมภาพยนตร์ลดเป็น 0 ทันที

วิเคราะห์ภาพยนตร์ อิทธิพลของความร้ายเดียงสา และ Fantasy

แวบแรก หลังจากที่คิดจะทำ Project นี้ ผมได้ทำตัว Trailer ของ ภาพยนตร์ เรื่องนี้มาก่อน และจากการดู Trailer นั้นมันทำให้ผมปักใจอย่างแน่นอนว่า “หนังเรื่องนี้น่ากลัวเพราะแม่” เพราะตัว Trailer โน้มน้าวซะเหลือเกินว่าตัวละครแม่นั้นมีความผิดปกติอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฉากกินแมลงสาบ หรือฉากหลอนในป่า ล้วนแสดงให้เห็นถึงความผิดมนุษย์มนา ตัวแม่น่าจะถูกปีศาจเข้าสิงหรือถูกสาปอย่างแน่นอน และในส่วนของตัวละครลูกผมคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากความหวาดระแวงแม่ จึงแสดงความก้าวร้าวแบบ “Babadook” เพื่อปกป้องตัวเอง

แต่ผมผิดถนัดเลยครับ และผมก็เชื่อว่าทุกคนที่ได้ดู Trailer มาก่อนที่จะดูหนังก็คิดผิดแบบเดียวกัน เพราะหนังเรื่องนี้ “น่ากลัวเพราะลูก” ล้วนๆเลยครับ เพราะลูกต่างหากที่เป็น “คนผิดปกติ” และแม่ต่างหากที่เป็น “คนปกติ”

จากที่ใน Trailer ได้โน้มน้าวเราให้คิดไปไกลว่า “แม่มันต้องถูกผีเข้า ปีศาจสิงแน่ๆเลยว่ะ” แต่ในหนังกลับเฉลยอย่างชัดเจนว่าภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นใน Trailer ไม่ว่าจะเป็นฉากกินแมลงสาบ หรือฉากหลอนในป่า ล้วนเกิดขึ้น “ในความฝัน” ของตัวลูกทั้งสิ้น! (ยกเว้นฉากแมลงสาบที่ตัวลูกให้แม่กินจริงๆตอนที่นอนหลับไม่รู้สึกตัว แต่ใน Trailer ตัดต่อให้ประกบไปกับฉากที่แม่นอนกินคุ๊กกี้ จึงได้ภาพแม่เคี้ยวแมลงสาบออกมา)

คนที่ผิดปกติจริงๆในเรื่องนี้คือ “ลูก” ครับ ลูกชาย “คนเดียว” ของแม่ อ่านไม่ผิดหรอกครับ “คนเดียว” เพราะแท้จริงแล้วในหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลักแค่สองคนคือ “แม่” กับลูกชายที่ชื่อว่า “อีเลียส” เท่านั้น

วิเคราะห์ภาพยนตร์

แล้ว “ลูคัส” ฝาแฝดล่ะ? ลูคัสก็เป็นตัวละครหลักอีกตัวนึงของเรื่องนี้ครับ แต่เขาเป็นเพียงตัวละครที่มีชีวิต “ในความคิด” ของอีเลียสเท่านั้นครับ ซึ่งสังเกตได้จากทุกๆฉาก ทุกๆการสนทนา ไม่ว่าลูคัสจะพูดอะไรหรือกระทำสิ่งใด คนรอบข้างล้วนแต่มองไม่เห็นหรือไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเขาเลยแม้แต่คนเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นแม่ คนดูแลโบสถ์ หรือเจ้าหน้าที่สภากาชาด
นั่นเพราะลูคัสไม่มีตัวตนอยู่จริงนั่นเอง ฉะนั้นแล้วทั้งเรื่องผู้ที่กระทำการทั้งหมดมีเพียง “อีเลียส” คนเดียวเท่านั้นครับ และในแต่ละฉากที่ลูคัสหายไป นั่นหมายความว่าอีเลียสกำลังสับสนในตัวเองอยู่นั่นเอง (สังเกตได้จากฉากแม่ที่กำลังขอร้องอีเลียส ลูคัสไม่อยู่ อีเลียสจึงทำตาม และฉากเผาบ้าน ที่สุดท้ายแล้วอีเลียสก็ต้องเอาเทียนจากมือลูคัสมาจุดไฟแทน)

จากการดูหนังในช่วงแรก หนังจะพยายามสื่อให้เราเห็นว่า “แม่” ตั้งใจที่จะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูคัส เป็นการหลอกคนดูเพื่อปูทางให้เชื่อว่าแม่เป็นคนผิดปกติทางจิตที่ลงโทษลูกได้อย่างเลือดเย็นหลังจากการทำศัลยกรรม แต่เมื่อหนังดำเนินไปเรื่อยๆก็จะเริ่มทิ้ง “กุญแจ” สำหรับการไขเนื้อเรื่องให้แก่เราทีละเรื่องๆ ซึ่งกุญแจที่สำคัญที่สุดในเรื่องคือประโยคของแม่ที่พูดว่า
“ฉันต้องทำให้เขาหยุดให้ได้ เขาควรจะเข้าใจสักที”
ซึ่งนั่นเป็นการกล่าวถึงอีเลียสนั่นเองครับ อีเลียสควรจะเข้าใจสักทีว่า
“ฝาแฝดของเขาตายไปแล้ว”
(ในฉากที่อีเลียสตัดผมให้ลูคัสเหมือนกับตัวเอง เป็นสัญลักษณ์บอกกลายๆว่า ตั้งแต่ตอนนั้นเองที่อีเลียสคิดเองไม่เป็นและไม่ฟังใครแล้ว แต่เขาจะเชื่อฟังแต่ความคิดที่เขาสร้างขึ้นมาอีกด้านนึงแทน)

วิเคราะห์ภาพยนตร์

สำหรับคนที่บอกว่าแม่เป็นตัวปลอม ผมขอเถียงสุดใจเลยครับ เพราะ
1.การทำศัลยกรรมทำให้แม่หน้าตาไม่เหมือนเดิม (อย่างชัดเจน) ถ้าคนอื่นจะทำศัลยกรรมมาเป็นแม่ ก็ต้องทำให้มีหน้าตาเหมือนกับแม่ก่อนศัลยกรรมจึงจะสมเหตุสมผลครับ
2.ฉากรูป ผมเชื่อว่าเป็นฝาแฝดของแม่ครับ แต่น่าจะเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกับกรณีลูคัส แม่จึงตอบปัดไป เพราะเด็กทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้จักน้าคนนี้อยู่แล้ว
และอีกอย่างฝาแฝดของแม่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปลอมตัวมาเลยครับ
3.ฉากสุดท้ายที่แม่เดินออกมาจากป่า มาหาอีเลียส เห็นได้ชัดว่าเป็นการมโนครับ เพราะไม่มีใครหรอกที่เดินออกมาจากป่า หนำซ้ำยังมาหาลูกได้ในเวลาที่ลูกเพิ่งจะหนีออกมา มันเหมาะเจาะเกินไปครับ ไม่สมเหตุสมผล

ข้อเท็จจริงและเนื้อเรื่องทั้งหมดของหนังเรื่องนี้คือ
1.ลูคัสตายไปนานแล้วครับ ด้วยอุบัติเหตุบางอย่าง (ซึ่งผมเดาว่าจะเป็นการจมน้ำตายจากการไปเล่นกับอีเลียส จากตอนต้นเรื่องที่อีเลียสร้องหาลูคัสแล้วมีฟองอากาศลอยขึ้นมาจากผืนน้ำ) หนังทำการ Timeskip ตั้งแต่ต้นเรื่อง สลับจากฉากการตายของลูคัส ไปยังฉากการกลับมาของแม่ ซึ่งระยะเวลาน่าจะผ่านไปนานพอสมควร

2.แม่ของอีเลียสและลูคัส เคยมีอาชีพเป็นพิธีกรรายการทีวีที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงนัก (ข้อมูลนี้ถูกบอกในฉากการเล่นใบ้ตัวละคร) อยู่ในสภาพที่เพิ่งหย่าร้างกับสามี มีปัญหาทางการเงิน (ข้อมูลนี้ถูกบอกในฉากการลงประกาศขายบ้านในเน็ต) หนำซ้ำลูกชายคนหนึ่งก็มาเสียชีวิต เรียกได้ว่าตกอับ จึงทำให้มีกิริยาก้าวร้าวจากความเครียด ความกดดันทั้งทางการเงิน และการดูแลลูกที่มีปัญหาทางจิต

3.แม่ไปทำศัลยกรรมความงามมา เพราะเหตุผลเดียวคือ “ต้องการจะได้งานทำอีกครั้ง” ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทำให้เสียโฉมหรืออย่างไร ส่วนการกระทำก้าวร้าวที่ทำกับลูก เกิดขึ้นจากความเครียดทั้งสิ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปีศาจ ผี หรือคำสาปใดๆเลย
(ลูกไม่เชื่อฟัง ลูกบอกว่าตัวเองไม่ใช่แม่ อันนี้เจ็บสุดๆเลยนะครับ) แม้แต่แมวที่เก็บมาเลี้ยง แม่ก็ไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่มันตายเพราะอุบัติเหตุเอง

4.เหตุการณ์ที่อีเลียสพยายามทำร้ายแม่ของตัวเอง เกิดจากความไร้เดียงสาของเขา เพราะเขาไม่รู้จักการ “ศัลยกรรมตกแต่ง” เมื่อแม่กลับมาในสภาพที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดความหวาดระแวงในใจ เมื่อโดนแม่ทำร้ายจิตใจ ซ้ำร้ายกับ “ลูคัส” ที่เป็นเหมือนตัวสะท้อนจิตใจอีกด้านของตัวเอง (จากการมโน) ก็คอยเป่าหู ยิ่งทำให้อีเลียสจิตไปกว่าเดิม ในฉากที่แม่เปิดเผยใบหน้าที่เปลี่ยนไปของตัวเอง จึงยิ่งทำให้อีเลียสไม่เชื่อว่าแม่เป็นแม่ของตนจริงๆ

สรุปได้ว่า
ในหนังเรื่องนี้ไม่มีผี ไม่มีปีศาจ ไม่มีคำสาป ไม่มีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเลย มีเพียง “เด็กโรคจิต” คนเดียวที่สร้างตัวตนของฝาแฝดที่ตายไปแล้วจากการหลอกตัวเอง และฆ่าแม่ตัวเองด้วยความไร้เดียงสา และความเก็บกดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้างของพ่อแม่ การสูญเสียฝาแฝดที่เปรียบเสมือนเพื่อน และการถูกแม่ทำร้าย

ในตอนจบของเรื่องอีเลียสรอดชีวิตหลังจากจัดการเผาแม่ของตัวเอง แล้วเขาก็ “สร้าง” แม่จริงๆของเขาขึ้นมาด้วยการหลอกตัวเองซ้ำอีก โดยมีพื้นฐานความคิดที่เชื่อว่าแม่ที่โดนเผาไปนั้นไม่ใช่แม่จริงๆของเขา

อีเลียสป่วยเป็นโรคจิตเป็น “โรคโกหกตัวเอง” (Pathological Liar) ไม่ใช่การมีเพื่อนในจินตนาการเหมือนเด็กทั่วไป

ท้ายที่สุดอีเลียสเหลือเพียงคนเดียว โดยหลอกตัวเองว่ามีแม่ และฝาแฝดของเขาอยู่ด้วยอย่างมีความสุข

ขอบคุณแหล่งที่มา https://pantip.com…