The Old Guard ความอมตะที่ต้องแลก

Guard

จากกราฟิกโนเวลเรื่องดังของ “เกร็ก รักคา” The Old Guard มีความยาวทั้งสิ้น 5 เล่มเผยแพร่ในปี 2017 ความกิ๊บเก๋เป็นในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ตัวเกร็กเองได้รับหน้าที่สำหรับการดัดแปลงงานของตนให้เปลี่ยนมาเป็นบทภาพยนตร์ ตัวหนังแม้ว่าจะมีไม่อะไรแปลกใหม่นักแต่ว่าก็ดูได้เพลินๆไม่เสียเวลาแต่อย่างใด

The Old Guard บอกเล่าเรื่องราวของของกลุ่มผู้พิทักษ์ซึ่งมีพลังพิเศษสำหรับในการเยียวยาบาดแผล ไม่ว่าพวกเขาจะโดนจู่โจมกระทั่งอยู่ในสภาพอาการจวนตายมากแค่ไหน แต่ว่าพวกเขาก็จะสามารถฟื้นคืนชีพได้เช่นเดียวกันกับปาฏิหาริย์ โดยในทีมนี้จะมีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วยแอนดี้ (ชารีส เธอรอน) บุคเกอร์ โจ และ นิคกี้ ซึ่งแต่ละคนก็มีอดีตอันแสนช้านานแล้วก็อยู่ในสถานะการณ์สำคัญๆของประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่สมัยโบราณไล่เรียงมาเรื่อยจนกระทั่งยุคปัจจุบัน

Guard

ทั้งยังสี่คนแม้ว่าจะอยู่บนโลกนี้มาอย่างนาน แต่ว่าความสามารถพิเศษของพวกเขาก็เป็นเสมือนคำสาป พวกเขาจะต้องซุกซ่อนตนเองไม่ให้มีตัวตนอยู่ในสังคม รอรับงานเบื้องหลังสำหรับในการทำภารกิจเสี่ยงตายต่างๆโดยปราศจากเครดิต ไม่มีถึงแม้ว่าจะคนรัก เนื่องจากพวกเขารู้ว่าการเฝ้าดูคนที่ตนเองรักตายจากไปครั้งแล้วครั้งเล่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหน

สถานการณ์ในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีแล้วก็วิทยาการทางด้านการแพทย์ที่ก้าวหน้า มิสเตอร์วอร์ริก (แฮร์รี่ เมลลิ่ง) เจ้าของบริษัทยาที่รู้เรื่องราวความ “อมตะ” ของกลุ่มดิโอการ์ด เขาก็เลยต้องการจะนำแบบอย่างเลือดเพื่อมาค้นคว้าศึกษาค้นคว้าสำหรับในการหายารักษาโรครวมทั้งเพิ่มอายุขัยให้กับมนุษย์ และก็แน่ๆว่ามันเป็นเรื่องผลกำไรอันมหาศาลเกินกว่าจะคาดเดา ทำให้เหล่าดิโอการ์ดถูกตามล่าอย่างมาก

ช่วงเวลาเดียวกันไนล์ (กิกี้ เลนน์) ทหารหญิงที่เข้าไปทำภารกิจในอัฟกานิสถานแล้วก็พบว่าตนเองมีพลังพิเศษสำหรับในการเยียวยาบาดแผล ทำให้ทีมดิโอการ์ดจะต้องออกตามหาตัวเธอเพื่อป้องกันไม่ให้เธอกลายเป็นเหยื่อสำหรับในการถูกจับตัวไปทำการทดลอง อีกทั้งยังช่วยกันดูแลเพื่อให้เธอสามารถปรับตัวและก็ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้ในสังคมมนุษย์

ตัวหนังค่อนข้างจะใส่ดราม่าในด้านของความเป็นอมตะที่ขมขื่นของเหล่านักแสดงมาพอสมควร ซึ่งนักแสดงที่ได้รับมิติสูงสุดก็อาจหนีไม่พ้นแอนดี้ ดิโอลด์การ์ดที่อยู่บนโลกมนุษย์มายาวนานที่สุด เรียนรู้เหตุการณ์อันแสนปวดมากมายมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าเธอจะแข็งแกร่งจากด้านนอกขนาดไหน แต่ว่าการมีชีวิตอยู่นับพันปีอาจทำให้จิตใจของเธอบอบช้ำจนกระทั่งเกือบจะเกินเยียวยา และก็ทำให้คนดูเห็นว่าการมีชีวิตอยู่ค้ำฟ้านั้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์เลย

ในพาร์ทของฉากต่อสู้ แม้ว่าจะไม่มีอะไรใหม่ก็พอใช้ได้เพลินๆสนุกพอเป็นพิธี The Old Guard ก็เลยเป็นหนังสไตล์สตรีมมิ่งที่ดูได้ไม่เปลืองค่าไฟแล้วก็ชวนเราเฝ้ารอภาคต่อในอนาคตไปเรียบร้อยแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *