หนังฉลาม กันยังไงให้ ‘น่าสะพรึง’ ในโลกหนังฮอลลีวูด

หนังฉลาม คือหนึ่งในสัตว์โลกที่ไม่น่ารักเท่าไหร่ในโลกภาพยนตร์ของฮอลลีวูด เพราะมันเป็นตัวละครที่มักถูกทำให้ ‘น่ากลัว’ ในสายตาของผู้ชมทั่วโลกมาช้านาน นับจากความโด่งดังระดับปรากฏการณ์ของ Jaws หนังฉลามกินคนในปี 1975 ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นต้นมา …ไปดูกันว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ล่วงผ่าน คนทำหนังเขามีวิธีการสร้างสรรค์ฉลามบนจอหนังกันอย่างไรให้ออกมาน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้!

สร้างให้ดูสมจริง
ในแง่ของรูปลักษณ์ การสร้างตัวละครฉลามให้ออกมาสมจริงนั้น สามารถทำได้ทั้งแบบ ‘ฉลามทำมือ’ และ ‘ฉลามซีจี’ (Computer Graphic) โดยอ้างอิงเอาจากลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของฉลามที่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ เพื่อให้รูปลักษณ์และการเคลื่อนไหวของพวกมันในหนังออกมาใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งความสมจริงนี้จะส่งผลต่อ ‘ความเชื่อ’ ของผู้ชมที่มีต่อหนัง เพราะหากว่าฉลาม-ซึ่งถือเป็นตัวเอกของเรื่องราวหรือฉากนั้นๆ-ออกมาดูไม่สมจริงเท่าที่ควร ความกลัวที่ผู้ชมมีต่อฉลามก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ และพาลทำให้เรื่องเล่าทั้งหมด ‘พัง’ แบบไม่เป็นท่า

โดยฉลามในแบบทำมือ ก็เช่น บรูซ ฉลามเพชฌฆาตใน Jaws ที่ถูกสร้างเป็น ‘หุ่น’ ขึ้นมาในหลากหลายขนาดและรูปทรง ทั้งเต็มตัวและครึ่งตัว-ที่สามารถขยับไปมาได้ด้วยกลไกภายใน-เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทำฉากที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ขณะที่ฉลามในแบบซีจี ก็เช่น ใน The Shallows (2016, เจาเม โกลเล็ต-แซร์รา) ที่ฉลามถูกสร้างด้วยซีจีทั้งเรื่อง เพื่อความสะดวกในการใส่ฉลามไปตามจุดต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายซ่อมถ่ายเสริมแบบฉลามทำมือในสมัยก่อน – แต่อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ก็มีหนังหลายเรื่องที่เลือกใช้ฉลามทั้งสองแบบนี้ตามความเหมาะสมในการถ่ายทำ

…แต่ก็ต้องสร้างให้ดูเกินจริงด้วย (อ้าว?!)
ใช่ว่าเพราะอยากทำให้หนังสมจริง คนทำหนังเลยต้องทำให้ฉลามออกมา ‘จืดชืด’ เหมือนตัวจริงของพวกมันไปด้วย (ฉลามทั่วไปมักรักสงบและไม่จู่โจมใครก่อน) เพราะ ‘ความเกินจริง’ ของฉลามในหนังก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ชมรู้สึกกลัวได้เช่นกัน ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องบาลานซ์กับความสมจริงให้ได้อย่างลงตัวด้วย (โดยเราจะไม่ขอพูดถึงความเกินจริงที่ตั้งใจทำให้ผู้ชมโห่ฮาและเหวอแตกอย่างหนังตระกูล Sharknado ที่พร้อมมากับฝูง ‘ฉลามบิน’ ก็แล้วกันนะจ๊ะ)

โดยความเกินจริงที่สังเกตเห็นได้ชัดๆ ก็คือ ‘ขนาด’ ของฉลาม เพราะแม้ว่าฉลามทั่วไปจะมีขนาดใหญ่ที่สุดไม่เกิน 6-7 เมตร แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นฮอลลีวูดแล้ว การ ‘ขยาย’ สิ่งต่างๆ ให้เกินจริงนั้นถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา เราจึงมีโอกาสได้เห็นฉลามที่มีขนาดใหญ่โตกว่าความเป็นจริงในหนังหลายๆ เรื่อง ทั้ง Jaws (7.6 เมตร), Deep Blue Sea (7.9 เมตร – 1999, เร็นนี ฮาร์ลิน), Megalodon (17 เมตร! – 2004, แพ็ตต์ คอร์บิตต์) และ The Meg (27.4 เมตร!!! – 2018, จอน เทอร์เทลโทบ) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบรายละเอียดของอวัยวะส่วนต่างๆ ให้ออกมาดูน่าเกรงขามไปจนถึงขั้นน่าขนลุกขนพอง โดยเฉพาะ ‘แผงฟัน’ อันเป็นอาวุธสังหารของมัน ทั้งการแสดงให้เห็นถึงฟันแหลมคมที่เรียงติดกันถี่ๆ จนดูน่าสยดสยองไม่ต่างจากบรรดาภูตผีปิศาจในหนังแนวสยองขวัญ หรือแม้แต่การขยายขนาดฟันของฉลามให้ดูใหญ่โต จนดูเหมือนว่ามันสามารถอ้าปากแล้วใช้กรามอันใหญ่โตขบเคี้ยวเรือทั้งลำได้ในการกัดเพียงครั้งเดียว

สร้างภาษาภาพกระตุ้นเร้าอารมณ์
แน่นอนว่า ‘การถ่ายภาพ’ และ ‘การตัดต่อ’ คือสิ่งสำคัญสำหรับงานภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในหนังแนวระทึกขวัญที่เล่นกับความกลัวของผู้คนอย่าง ‘หนังฉลามกินคน’ เหล่านี้ “ก็เพราะมันเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องที่แทบจะสมบูรณ์แบบที่สุดยังไงล่ะครับ” อดัม แวรี นักเขียนจาก BuzzFeed อธิบาย “พวกมันแค่ต้องการจะเขมือบคุณ และคุณก็แค่ต้องหนีจากพวกมันให้พ้น ซึ่งแค่นั้นก็น่ากลัวจะตายโหงแล้ว”

ยกตัวอย่างเช่น ใน Deep Blue Sea ที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘หนึ่งในหนังฉลามที่ดีที่สุด’ มีจังหวะการเล่าเรื่องในฉากแอ็กชั่นไล่ล่าระหว่างฉลามสมองไว(จากห้องทดลอง)กับมนุษย์ที่น่าหวาดเสียวจนผู้ชมแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ หรือใน The Shallows ที่ด้วยจังหวะการตัดต่อและการวางมุมกล้อง/ตัดต่อแบบ ‘ไม่เผยทุกสิ่งที่อยู่ในฉากให้คนดูได้เห็นแบบชัดๆ’ และ ‘เผยให้เห็นว่าธรรมชาตินั้นช่างเกินคาดเดาและยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์’ ก็ช่วยกระตุ้นให้คนดูรู้สึกกลัวและคิดจินตนาการกันไปต่างๆ นานากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปกับตัวละครสาวสุดเซ็กซี่ของเราที่ต้องติดแหง็กอยู่บนโขดหินกลางทะเล

สร้างซีนให้เป็นที่น่าจดจำ
นอกจากจะสร้างภาษาภาพอันฉึบฉับให้ผู้ชมรู้สึกไม่ไว้วางใจและตื่นตระหนกขณะรับชมแล้ว วิธีการสร้างฉลามให้น่ากลัวที่ได้ผลดีที่สุด ก็คือการสร้าง ‘ฉากจำ’ ให้พวกมันติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ชมไปอีกนาน โดยฉากเหล่านี้มักเป็นฉากที่สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจและผลักดันความรู้สึกต่างๆ ของผู้ชมไปจนถึงขีดสุดขณะรับชมได้ ทั้งในแง่ของความกลัวที่พวกเขามีต่อฉลามและความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อเหยื่อเคราะห์ร้าย ซึ่งหากคนทำหนังสามารถบรรลุได้ คนดูก็จะพูดถึงฉากฉากนั้นหรือหนังเรื่องนั้นกันไปอีกนานนับปี

ตัวอย่างคลาสสิกในหัวข้อนี้คงหนีไม่พ้น ฉากที่บรูซ-ฉลามขาวใน Jaws เกยร่างขึ้นมาบนเรือ เพื่อทำให้มันเอียงไปข้างหนึ่ง และรอให้มนุษย์บนนั้นลื่นไถลลงมาเพื่อเป็นอาหารอันโอชะของมัน พร้อมกัดกินร่างของตัวละครผู้โชคร้ายด้วยท่วงท่าอันสยดสยองจนเลือดสาดกระจายแดงฉานไปทั่วท้องทะเล – ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้เอง ก็ได้ทำให้ฉากนี้กลายเป็นภาพติดตาคาใจของผู้ชมในยุคนั้น และถึงขั้นทำให้พวกเขาไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเลจริงๆ กันไปอีกพักใหญ่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

โรดีโรดส์ ควบคุมชุดเกราะได้เร็วกว่า โทนี สตาร์ก? ดอน ชีเดิล มีคำตอบ

โรดีโรดส์ มาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนหนังด้วยการเป็น วอร์แมชชีน ใส่ชุดมาร์กวันออกปฏิบัติการเคียงบ่าเคียงไหล่กับไอออนแมนด้วย

จาก หนัง Iron Man (2008) กว่าที่ โทนี สตาร์ก จะสามารถควบคุมชุดเกราะไอออนแมนได้นั้นก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว ทว่า โรดี โรดส์ หลังจากที่ได้ใส่ชุดเกราะแล้วดูจะควบคุมได้อย่างคล่องแคล่วเร็วกว่าคนสร้างชุดขึ้นมาเสียอีก และเรื่องนี้จึงเป็นคำถามของผู้ที่ใช้ชื่อทวิตเตอร์ Bucky Barnes ที่ถามกับนักแสดงหนุ่ม ดอน ชีเดิล (Don Cheadle) ว่า

กำลังนั่งดูหนัง Iron Man 2 ตอนนี้ ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ผมไม่คิดว่าจะมีใครมารับบท โรดี ได้อย่างคุณอีกแล้ว แต่ผมสงสัยมาเสมอว่า โรดีสามารถควบคุม Mark 1 ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาไม่มีประสบการณ์มาก่อน ขณะที่ โทนี สตาร์ก กว่าจะควบคุมชุดได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร เรื่องนี้รบกวนจิตใจของผมมานาน 9 ปีแล้ว

ในเวลาต่อมา ดอน ชีเดิล จึงได้ออกมาตอบคำถามของผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้ และดูเหมือนว่าเขายังคงสะเทือนใจกับการจากไปของผู้สร้างชุดเกราะให้เขาอีกด้วย

ผมเป็นนักบินและชุดก็ออกแบบมาอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าโทนีมีประสบการณ์ในห้องนักบินมาก่อน การเรียนรู้ของเขาจะไม่มีจุดสิ้นสุดแน่นอน และเขาจะไม่บินชนนั่นชนนี่เหมือนไอ้งั่ง เห็นไหม ตอนนี้นายทำให้ฉันรู้สึกเศร้าที่ต้องพูดถึงเพื่อนของฉัน บ้าจริง

หากเป็นไปตามที่ ดอน ชีเดิล บอก นั่นก็หมายความว่าการที่จะสามารถบังคับชุดเกราะไอออนแมนได้ดีนั้นต้องมีพื้นฐานจากการเป็นนักบินมาก่อนใช่หรือไม่

แต่ดูเหมือนว่าเลขาสาวสุดแกร่ง เปปเปอร์ พ็อตต์ส ใน หนัง Avengers: Endgame ที่สามารถใส่ชุดเกราะและออกปฏิบัติการเคียงบ่าเคียงไหล่กับไอออนแมนกลางสนามรบที่ต่อสู้กับธานอสได้ขั้นเทพนั้น เธอไปเรียนหลักสูตรนักบินมาตอนไหนกันแน่

ไม่แน่ว่าหากถามคำถามนี้ไป เชื่อได้เลยว่าคำตอบที่ได้กลับมาก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเธอได้เรียนหลักสูตรนักบินแล้ว แต่ไม่ได้มานำเสนอในหนังก็เป็นได้ ไม่แน่ว่าโทนี สตาร์ก อาจจะออกแบบให้ชุดเกราะเวอร์ชั่นหลัง ๆ ของเขาเป็นชุดเกราะที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

นครสวรรค์ บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความตาย และความรัก

นครสวรรค์ ผลงานการกำกับของ โรส-พวงสร้อย อักษรสว่าง

นครสวรรค์ ที่เพิ่งปล่อยหนังตัวอย่างเวอร์ชั่นทางการออกมาไม่นานนี้ และมีคิวเข้าฉาย 23 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้อีกด้วย

“ความเศร้ามันจะอยู่กับเราแค่ชั่วคราว แต่ความเสียใจมันจะอยู่กับเราไปตลอด”

ข้อความบนโปสเตอร์เวอร์ชั่นหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง นคร-สวรรค์ ก็คือหนึ่งในไดอะล็อกที่ตัวละครหนึ่งกล่าวในเทรลเลอร์ แน่นอนว่าตลอดระยะเวลา 2 นาทีเศษนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศหม่นเศร้า กับเรื่องราวบันทึกความทรงจำ ความตาย และความรักของ เอย หญิงสาววัย 27 ปี

ซึ่งเดินทางจากประเทศเยอรมนีกลับสู่บ้าน เพื่อเผชิญหน้ากับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของผู้เป็นแม่

รวมถึงความทรงจำระหว่างเธอกับพ่อ และเพื่อนเก่าที่อำเภอปากน้ำโพซึ่งเต็มไปด้วยอดีตแห่งวัยเยาว์ มีหลายคนเชื่อว่าสถานที่ดังกล่าวจะเป็นเส้นทางหลักในการนำพาเถ้าอังคารของผู้ตายไปสู่สวรรค์ ซึ่งผู้ชมก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยสองตาของตนเองว่า นคร-สวรรค์ จะเป็นดินแดนของภาพจำที่เคยเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงภาพฝันที่เราต่างจินตนาการถึงเพียงแค่นั้น

นี่คือภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกในชีวิตของ โรส-พวงสร้อย อักษรสว่าง ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน คนทำหนัง

และนักเรียนสาขาภาพยนตร์ในมหาวิทยาลัยศิลปะชั้นนำของโลกอย่าง University of the Art Hamburg ณ ประเทศเยอรมนี

ก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง 36 (กำกับโดย เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) มาแล้ว

รวมถึงผลงานการร่วมเขียนบทและเขียนพ็อกเกตบุ๊ก ซึ่งนอกจาก นคร-สวรรค์

จะเผยให้เห็นโลกภาพยนตร์ของตัวละครหลักอย่าง เอย แล้ว

นี่ยังเป็นโลกสารคดีของ โรส พวงสร้อย เอง กับการบันทึกเรื่องราวของคุณแม่ก่อนที่จะจากกันในที่สุด

มากไปกว่านั้น ก่อนที่ นคร-สวรรค์ จะเข้าฉายให้ชาวไทยได้รับชมกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไปสร้างชื่อ ณ ดินแดนต่างประเทศมากมาย

กับการคว้ารางวัลทั้งจาก Observation Missions for Asian Cinema Award, Taipei Golden Horse Film Festival 2018, Singapore International Film Festival 2016 เป็นต้น อีกทั้งยังได้เข้าร่วมฉายในเทศกาลหนังต่างๆ อาทิ Busan International Film Festival 2018, Berlin Critics’ Week 2019, MoMA DOC FORT NIGHT 2019 ฯลฯ

มาร่วมพิสูจน์ด้วยกันว่า จริงหรือไม่ที่ความตายจะสำคัญขึ้นมา ถ้าเรามีความรัก กับ นคร-สวรรค์ เข้าฉาย 23 พฤษภาคม 2562 ที่ พารากอน ซีนีเพลกซ์, เอสพลานาด ซีนีเพลกซ์, เมเจอร์รัชโยธิน, เฮ้าส์ อาร์ซีเอ, แบงคอก สกรีนนิ่ง รูม ส่วนคอหนังต่างจังหวัดอดใจรอการอัปเดตจากเฟซบุ๊กเพจ Puangsoi ในเร็ววันนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

อาบัติ เมื่อความหลงครอบงำผู้ใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น

อาบัติ “ซัน” เด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้เอาแต่ใจตนเอง ไม่สนใจใคร และใช้ชีวิตคึกคะนองอย่างสุดขั้ว เขาจึงถูกพ่อบังคับให้มาบวชเณรเพื่อดัดนิสัย การบวชอย่างไม่เต็มใจ ไร้ศรัทธา และด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไรนักหนา จึงทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไปแม้จะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วก็ตาม รวมถึงการแอบคบหากับ “ฝ้าย” สาววัยรุ่นท้องถิ่นผู้โหยหาในความรักซึ่งเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่ทั้งคู่มีให้แก่กันและเชื่อมั่นว่าไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด

ทุกการกระทำที่ท้าทายการอาบัตินี้ ทำให้เณรซันต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับชวนขนหัวลุกที่ถูกปกปิดไว้ภายในวัด ทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ของสีกากับพระ, การเผชิญหน้ากับผีเปรตที่ตามมาขอส่วนบุญและทวงคืนชีวิตที่ต่างเชื่อมโยงกันอย่างคาดไม่ถึง

รวมทั้งความผิดที่เขากำลังวิ่งหนี ก็เข้ามาตอกย้ำให้เขาต้องชดใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หนัง : อาบัติ
ประเภทหนัง : Horror
จัดจำหน่ายโดย : สหมงคลฟิล์ม
ผู้กำกับ : ขนิษฐา ขวัญอยู่
วันที่เข้าฉาย : 15 ตุลาคม 2558
นักแสดงนำ : ชาลี ปอทเจส, พลอย ศรนรินทร์, ดนัย จารุจินดา, อรรถพร ธีมากร, พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์, สรพงษ์ ชาตรี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เขามาเชงเม้งข้างๆ หลุมผมครับ เรื่องย่อ ซีรีส์ใหม่ 2019

เขามาเชงเม้งข้างๆ หลุมผมครับ เนื้อเรื่อง

กว่าจะรู้ตัวอีกที เมษ ก็ตายไปกว่า 20 ปี โดยที่ไม่มีใครเคยมาเหลียวแลแม้กระทั่งญาติของตัวเอง ผีขี้เหงาอย่างเขาจึงทำได้เพียงนั่งๆ นอนๆ รอเวลาที่จะถึงวันเชงเม้งของแต่ละปี ที่จริงก็ไม่ได้ต่างจากเดิมนัก เพราะหลุมศพของเขาน่าจะเป็นหลุมเดียวที่เก่าแล้วเก่าเลยเก่าแบบตลอดกาล แต่กับปีนี้ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป…

ธัน เด็กหนุ่มน้อยหน้าตี๋วัย 10 ปี ที่บังเอิญปีนี้เขามาเชงเม้งที่ข้างๆ หลุมของเมษพอดี และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ธัน เกิดสงสารหลุมศพของเมษที่ดูท่าว่าจะไม่มีใครมาไหว้ เลยให้ลูกอมรูปหัวใจที่ติดกระเป๋ามาด้วย โดยที่ธันไม่เลยว่าลูกอมสื่อความรู้สึกนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความประทับใจในตัวธัน และเด็กน้อยสัญญาว่าจะกลับมาอีก แม้ว่าเขาต้องรอไปอีก 365 วัน นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะสมัยมีชีวิตก็แทบไม่มีใครเหลียวแล แต่ความใส่ใจของธัน จึงทำให้เมษเริ่มรู้สึกกับเด็กผู้ชายคนนั้นขึ้นมาทีละนิด แม้ว่าเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าธันมองเห็นเขา หรือได้ยิน หรือเป็นแค่สิ่งที่เขาคิดไปเอง

ความสัมพันธ์อันประหลาดนี้ เดินหน้าไปท่ามกลางการโตขึ้นของธัน และการที่เมษยังวนเวียนไม่ไปเกิดนี้ คือสิ่งที่คับข้องใจ กลับเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากจะเรียนกฎหมาย เพื่อจะหาคำตอบและอยากจะหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่า การตายของเมษน่าจะมีคนจงใจอยู่เบื้องหลังหรือไม่ จนในที่สุดเขาก็ได้ตัดสินใจหาทางที่จะพาวิญญาณของเมษไปอยู่ด้วย

ผีหนุ่มในยุควินเทจกับเด็กหนุ่มตี๋ในโลกใหม่ต่างต้องปรับตัวและหาทางที่จะอยู่ด้วยกันให้ได้ ธันสอนให้เมษ ใช้ชีวิตใหม่แบบปัจจุบัน ทำให้เมษเริ่มสนุกกับการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในโลก แล้ววันหนึ่งเมษก็ได้รู้ความจริงว่า แม่ของธัน คือรุ่นน้องของเมษที่เคยแอบรักเขา เมื่อสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เมษ รู้สึกผูกพันกับธันเป็นพิเศษ การสืบหาสิ่งที่ค้างคาในใจเมษยังคงดำเนินต่อไป จิ๊กซอว์ปริศนาค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อธันได้รู้ว่าเมษเป็นญาติของ ปรายฟ้า ผู้หญิงที่ตามชอบเขา

นี่คือเรื่องราวความรัก 2 โลกของคนและวิญญาณ ที่เติบโตไปพร้อมกับการค้นหาปริศนาการตายอย่างมีเงื่อนงำ แม้จะแตกต่างกันแค่ไหน แต่เมื่อมีความรัก ทุกอย่างก็มีคำตอบในตัวของมันเอง มาเอาใจช่วยเมษกับธันได้ใน “เขามาเชงเม้งข้างๆหลุมผมครับ” ทุกวันพฤหัสบดี บน LINETV เท่านั้น เริ่มออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เขามาเชงเม้งข้างๆ หลุมผมครับ นำแสดงโดย สิงโต ปราชญา, โอม ภวัต, ชิม่อน วชิรวิชญ์, ซิง หฤษฎ์, จีจี้ สโรชา, น้องแม็ค ณัฐพัชร์ กำกับโดย นพณัช ชัยวิมล

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ หลังจากเคยฝากผลงานภาพยนตร์รักอย่าง ฝัน หวาน อาย จูบ

ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ หนังเลิฟสตอรี่ สำหรับทุกหัวใจมีรัก

เรื่องราวความรักหลากหลายรสชาติทั้งซาบซึ้ง อบอุ่น ยิ้มละมุนที่จะบรรเลงไปพร้อมบทเพลงลูกทุ่งคุ้นหูและเนื้อเพลงโดนใจ อาทิ บอกรักฝากใจ, เรารอเขาลืม, ความรักเจ้าขา, ขอจองในใจ, แต่งงานกันเถอะ ฯลฯ ซึ่งได้รับการเรียบเรียงให้ร่วมสมัยและอบอวลด้วยบรรยากาศความรักโดย “สุเมธ องอาจ” (สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง) นักร้อง นักแต่งเพลงที่มีประสบการณ์ด้านดนตรีอย่างโชกโชน

ถ่ายทอดความรักของตัวละครมากสีสันและดื่มด่ำเพลงลูกทุ่งสุดไพเราะผ่านทีมนักแสดงและศิลปินชื่อดังอย่าง กฤษดา สุโกศล แคลปป์ (น้อย วงพรู), เบน ชลาทิศ, ธนนท์ จำเริญ (นนท์ The Voice1), พลอย ศรนรินทร์, คนึงพิมพ์ ธนพิชชากรณ์ (หนิม AF5), กาย-ชัยธรรศ วัฒนพานิช, รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช (ไข่มุก The Voice 4), สมบัติ เมทะนี, พิศมัย วิไลศักดิ์, กอล์ฟ-เบญจพล เชยอรุณ, นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, จอย-พัชรี ทับทอง ฯลฯ ที่จะมาพลิกคาแรคเตอร์และร่วมร้องเพลงลูกทุ่งให้ดังก้องจอภาพยนตร์…วาเลนไทน์นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา ที่กำลังจ่อคิวเข้าฉายบ้านเรา 16 พฤษภาคมนี้

ซินเดอเรลล่า กับเจ้าชายปริศนา ที่กำลังจ่อคิวเข้าฉายบ้านเรา 16 พฤษภาคมนี้

ซินเดอเรลล่า กับเจ้าชายปริศนา ได้ถูกตีความใหม่ในแบบที่ผู้ชมจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผ่านการร่วมมือกันของมือเขียนบทสายแอนิเมชั่นมากประสบการณ์ “ฟรานซิส กรีบาส” ผู้เคยผ่านงานอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ชื่อดังในอดีต อย่าง The Lion King, Aladdin, Pocahontas และ “ลินเน่ เซาท์เธอแลนด์”

ผู้มีเครดิตมาจากการ์ตูนที่เด็กๆ ชื่นชอบอย่าง Mulan II, มารับหน้าที่กำกับและถ่ายทอดตำนานซินเดอเรลล่าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

Cinderella and the Secret Prince บอกเล่าเรื่องราวระหว่างงานเต้นรำในพระราชวัง เจ้าชายได้ตกหลุมรักซินเดอเรลล่าตั้งแต่แรกพบ แต่คริสตัลนางฟ้าประจำตัวได้ค้นเจอความลับที่ถูกปกปิดไว้ ว่าเจ้าชายตัวจริงถูกคำสาปของแม่มดที่ชั่วร้าย สาปให้กลายเป็นหนู ขณะที่เจ้าชายที่อยู่ในงานกลับกลายเป็นตัวปลอม หลังจากแม่มดได้ออกคำสั่งให้ทหารในพระราชวังเข้าจับกุมCinderella คริสตัลได้พาCinderellaและหนูทั้งสามตัวไปหลบภัยที่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และได้ค้นพบแหวนเวทมนตร์ปริศนา หลังจากหาวิธี เพื่อช่วยให้เจ้าชายที่ถูกสาปกลับคืนร่างเป็นมนุษย์ ด้วยพลังของแหวนเวทมนตร์ เจ้าชายได้บุกไปยังปราสาทเพื่อจัดการกับแม่มดผู้ชั่วร้าย และทวงปราสาทของตัวเองคืน ระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด แม่มดได้ร่ายเวทมนตร์ใส่Cinderella สาปให้เธอกลายเป็นหิน เจ้าชายต้องเลือกที่จะยกแหวนเวทมนตร์เพื่อถอนคำสาปช่วยเหลือCinderella แลกกับการที่ตัวเองต้องกลับไปเป็นหนูอีกครั้ง หรือCinderellaจะต้องเป็นหินไปตลอดกาล

แอนิเมชั่นสุดคลาสสิคกำลังจะกลับมา เตรียมพบกับCinderellaที่คุณไม่เคยเห็นใน Cinderella and the Secret Prince  16 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก จัดจำหน่ายวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส

ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก จากเรื่องราวแห่งตำนานในนวนิยายกราฟฟิคโดยแฟรงค์ มิลเลอร์ ภาพยนตร์เรื่อง 300

คือการเล่าขานย้อนไปถึงความโหดร้ายแห่งสงครามเธอร์โมไพเล ซึ่งกษัตริย์เลโอนิดาส์ (เจอราร์ด บัทเลอร์)

และกองทัพสปาร์ตัน 300 นายพลีชีพในการต่อสู้กับเซอร์เซสและกองทัพมหึมาแห่งเปอร์เซีย

ในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีกำลังท่วมท้น กำลังใจและการเสียสละของพวกเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวกรีก

ทั้งมวลในการร่วมกันต่อสู้กับกองกำลังข้าศึกชาวเปอร์เซีย การขีดเส้นบนผืนทรายเพื่อประภาพยนตร์ได้นำเอานวนิยายกราฟฟิคเรื่องดังของมิลเลอร์ (Sin City)

มาสู่ความมีชีวิตด้วยการผสานไลฟ์แอ็คชั่นเข้ากับแบ็คกราวน์เสมือนจริงที่นำเสนอภาพตำนานประวัติศาสตร์โบราณในจินตนาการอันแจ่มชัดของเขา

นักแสดง ราร์ด บัทเลอร์ (Phantom of the Opera) เลน่า ฮีเดย์ (The Brothers Grimm) เดวิด เวนแฮม (ไตรภาค The Lord of the Rings) และโดมินิค เวสท์ (The Forgotten) กำกับการแสดงโดย แซ็ค สไนเดอร์ (Dawn of the Dead)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เมร่า ราชีนีแห่งมหาสมุทร ใน Aquaman สวยเซ็กซี่สะเทือนทั้งแอตแลนติส

ราชีนีแห่งมหาสมุทร เรียกได้ว่าเป็นที่ตื่นเต้นมากสำหรับแฟนๆภาพยนตร์ Aquaman ที่เราก็ได้เห็นราชินีเมร่าปรากฏตัวขึ้นมาเหนือผืนสมุทรกันแล้ว ซึ่งรับบทโดย แอมเบอร์ เฮิร์ด สำหรับในหนังอควาแมนจะโชว์ให้เห็นชุดคอสตูมชุดใหม่ที่ต่างออกไปจากชุดของเมร่าในหนัง Justice League เล็กน้อย แถมยังเผยให้เห็นออร่าของความเป็นแม่แห่งท้องสมุทรผู้เคียงคู่กับราชาแห่ง 7 คาบสมุทรอย่างอควาแมนได้ดีเลยทีเดียว

โดยผู้กำกับได้โพสข้อความประกอบภาพเอาไว้ว่า “เลดี้ เมร่า ปรากฏตัวอย่างสง่างามเหนือท้องทะเล วันแรกกับแอมเบอร์ เฮิร์ดผู้พิถีพิถันในการแต่งตัว”จากภาพเราจะเห็นเฮิร์ดสวมชุดเข้ารูปยาวสีเขียวมรกต พร้อมกับผมยาวสีแดงเปียกโชก ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอเพิ่งจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำนั้นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.majorcineplex.com

รีวิวภาพยนต์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี

รีวิวภาพยนต์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี

รีวิวภาพยนต์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี

เรื่องย่อ : การประกาศเอกราชที่เมืองแครง และสังหารสุรกำมาเหนือยุทธภูมิฝั่งน้ำสะโตงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (หรือสมเด็จพระนเรศ) ในปีพุทธศักราช 2127 ได้สร้างความตระหนกแก่พระเจ้านันทบุเรงองค์ราชันหงสาวดีพระองค์ใหม่ ด้วยเกรงว่าการแข็งข้อของอยุธยาในครั้งนี้ จะเป็นเยี่ยงอย่างให้เหล่าเจ้าประเทศราชที่ขึ้นกับหงสาวดีอาศัยลอกเลียนตั้งตัวกระด้างกระเดื่องตาม แต่จนพระทัยด้วยติดพันศึกอังวะ จึงจำต้องส่งเพียงทัพพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่เข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา ทางหนึ่งนั้นพระเจ้านันทบุเรงทรงประมาทสมเด็จพระนเรศ ด้วยเห็นว่ายังอ่อน พระชันษา คงมิอาจรับมือจอมทัพผู้ชาญณรงค์ทั้งสองได้ ทางหนึ่งก็สำคัญว่ากรุงศรีอยุธยายัง บอบช้ำแต่คราวสงครามเสียกรุง ไพร่พลเสบียงกรังยังมิบริบูรณ์คงยากจะรักษาพระนคร ครั้งนั้นพม่ารามัญยกเข้ามาเป็นศึกกระหนาบถึง 2 ทาง ทัพพระยาพะสิมยกเข้ามาทาง ด่านพระเจดีย์สามองค์ เลยล่วงเข้ามาถึงแดนสุพรรณบุรี ส่วนพระเจ้าเชียงใหม่-นรธาเมงสอ มาจากทางเหนือ นำทัพบุกลงมาตั้งค่ายถึงบ้านสระเกศ แขวงเมืองอ่างทอง กิตติศัพท์การชนะศึกของสมเด็จพระนเรศหลายครั้งหลายคราระบือไกลถึงแผ่นดินละแวก เจ้ากรุงละแวกมิได้ทอดธุระ ได้ลอบส่งจารชนชาวจีนฝีมือกล้านามว่า “จีนจันตุ” มาลอบสืบความ ที่กรุงศรีอยุธยาแต่ถูกจับพิรุธได้จนต้องลอบตีสำเภาหนีกลับกรุงละแวก สมเด็จพระนเรศทรงนำทัพเรือออกตามจนเกิดยุทธนาวี แต่พระยาจีนจันตุหนีรอดได้ เมื่อเจ้ากรุงละแวกได้ทราบกิตติศัพท์การณรงค์ของพระนเรศจึงเปลี่ยนพระทัยหันมาสานไมตรีกับอยุธยา และส่งพระศรีสุพรรณราชาธิราชผู้อนุชามาช่วยอยุธยาทำศึกหงสา หากแต่พระศรีสุพรรณผู้นี้ต่างจากเจ้ากรุงละแวกเพราะหาใคร่พอใจผูกมิตรด้วยอยุธยา การได้พระศรีสุพรรณมาเป็นสหายศึกจึงประหนึ่งอยุธยาได้มาซึ่งหอกข้างแคร่
ข้างสมเด็จพระนเรศเมื่อทรงประกาศเอกราชแล้วก็จัดเตรียมการรับศึกหงสาวดี แต่เพราะกำลังรบข้างอยุธยาเป็นรอง จึงทรงวางยุทธศาสตร์รับศึกโดยมุ่งอาศัยกรุงศรีอยุธยาเป็นที่มั่นเพียงแห่งเดียว ครั้งนั้นได้โปรดให้เทครัวหัวเมืองเหนืออันเป็นแคว้นสุโขทัยเดิมลงมารวมกับครัวที่อยุธยา การณ์ปรากฏว่าเจ้าเมืองพิชัย และสวรรคโลกข้าหลวงเดิมแข็งเมืองไม่เทครัวลงมาสมทบ จึงทรง ยึดเมืองแล้วลงทัณฑ์มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
สมเด็จพระนเรศทรงเห็นว่ากำลังข้างอยุธยายังเป็นรองพม่ารามัญ จึงทรงปรับเปลี่ยน ยุทธศาสตร์การรบเสียใหม่ โดยมิปล่อยให้ทัพพระยาพะสิมและนรธาเมงสอเจ้าเมืองเชียงใหม่ เข้ามารวมกำลังผนึกล้อมร่วมกันตีกรุงศรีอยุธยา ครั้งนั้นทรงจัดทัพออกรับศึกในแขวงหัวเมือง แลด้วยทัพพม่ารามัญแยกสายเข้าตีเป็นสองทางเดินทัพช้าเร็วไม่เสมอกัน จึงทรงเทกำลังเข้ารับศึกพระยาพะสิมที่เมืองสุพรรณบุรี ตั้งพระทัยจะตีทัพเบื้องประจิมทิศก่อน แล้วจึงเทกำลังเข้าตีทัพพระเจ้าเชียงใหม่เบื้องอุดรทิศภายหลัง การทั้งหมดทั้งสิ้นต้องทำแข่งกับเวลา หากพลาดท่า แม้เพียงก้าวอยุธยาก็ไม่พ้นพินาศ ถึงแม้ครั้งนั้นทัพพม่ารามัญจะมิได้ยกมาดั่งทัพกษัตริย์เช่นศึกพระเจ้าช้างเผือกบุเรงนอง แต่ไพร่พลก็มากเหลือประมาณ เพียงพอจะสร้างความย่อยยับให้ เหล่าอาณาประชาราษฎร์เกินคาดเดา
ภายใต้บรรยากาศกลิ่นอายสงครามนับแต่ศึกจีนจันตุ ตลอดถึงศึกพระยาพะสิมและ ศึกพระเจ้าเชียงใหม่ ในพระนครก็เกิดไฟรักโชติขึ้นท่ามกลางไฟสงคราม กลายเป็นเรื่องรักระหว่างรบ ด้วย “เลอขิ่น” ธิดาเจ้าเมืองคัง มีอันมาพบ “เสือหาญฟ้า” คนรักเก่าที่รอดชีวิตมาแต่ศึกเมืองคัง โดยบังเอิญ เกิดขัดข้องเป็นรักสามเส้ากับ “พระราชมนู” คนรักใหม่ทหารเสือพระนเรศ ไฟรักยิ่งลุกลามเมื่อนางพระกำนัลทรงเสน่ห์นาม “รัตนาวดี” มาทอดไมตรีให้พระราชมนู เกิดเป็นปมรัก ซ้อนปมรบ ทางฝ่ายหงสาวดีนั้น พระเจ้านันทบุเรงกษัตริย์พม่ารามัญพระองค์ใหม่มีใจพิศวาส พระสุพรรณกัลยา-พระพี่นางในสมเด็จพระนเรศ หมายจะได้มาแนบข้าง ซ้ำพระนเรศอนุชา มาประกาศเอกราชท้าทายอำนาจของพระองค์ ทำให้สถานะของพระสุพรรณกัลยาในฐานะ องค์ประกันต้องสุ่มเสี่ยงต่อราชภัย พระสุพรรณกัลยาซึ่งขณะนั้นมีพระราชโอรสด้วยพระเจ้าบุเรงนองแล้ว ทรงถูกพระเจ้านันทบุเรงข่มขู่ บีบบังคับให้ต้องเลือกระหว่างการยอมพลีกายถวายตัวเป็น บาทบริจาริกา หรือยอมจบชีวิตด้วยการถูกย่างสดตามโทษานุโทษของพระอนุชา ชะตากรรมของพระพี่นางสุพรรณกัลยานั้นสุดรันทด
เมื่อพระเจ้าหงสาวดีทรงเสร็จศึกอังวะก็เตรียมการเปิดศึกกับอยุธยา ทรงระดมไพร่พล แต่งเป็นทัพกษัตริย์ กองทัพใหญ่โตเหลือคณากว่าทัพบุเรงนองช้างเผือก เฉพาะไพร่ราบมีกำลัง รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 240,000 คน ทัพนี้หมายมุ่งบดขยี้อยุธยาลงเป็นผุยผงหากทัพพระยาพะสิมและทัพพระเจ้าเชียงใหม่ตีกรุงไม่สำเร็จ แต่สมเด็จพระนเรศก็สู้ศึกนันทบุเรงและนำพากรุงศรีอยุธยา ให้รอดจากภัยสงคราม กู้บ้านเมืองมิให้ต้องตกเป็นประเทศราชหงสาซ้ำสองได้ด้วยกุศโลบาย การศึกที่เหนือชั้นด้วยพระอัจฉริยภาพ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.new-mastermovie.com